กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างมากสำหรับเรื่องของ ‘การเปิดไฟตัดหมอก’ ซึ่งผู้ใช้รถบางคนนั้น คิดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนบุคคล ที่จะสามารถเปิดไฟตัดหมอกเมื่อไหร่ก็ได้-ที่ไหนก็ได้ บางคนก็เปิดไฟตัดหมอกพร้อมกับการเปิดไฟหน้าจนกระทั่งเป็นนิสัยแล้ว

ซึ่งความเชื่อดังกล่าวนี้ ถือเป็นความเชื่อที่ผิดอย่างแรง และควรจะทำความเข้าใจอย่างเร่งด่วน เพราะว่าการเปิดไฟตัดหมอกแบบพร่ำเพรื่อนั้น เป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุทั้งตัวเองและผู้ร่วมทาง นอกจากนั้นแล้ว การเปิดไฟตัดหมอกแบบไม่สนใจโลก อาจจะได้รับใบสั่งจากเจ้าพนักงานเป็นของแถมกลับบ้านอีกด้วย

เนื่องจากว่าการเปิดไฟตัดหมอกนั้น เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้ใช้รถ ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ผู้ใช้รถทุกคนต้องเข้าใจตรงกัน นอกจากนั้นแล้ว ยังมีข้อกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเปิดไฟตัดหมอก ทำให้เรื่องการเปิดไฟตัดหมอกไม่ใช่ ‘สิทธิส่วนบุคคล’ อย่างที่หลายคนเข้าใจ หากแต่เป็นข้อปฏิบัติ ที่ผู้ใช้รถต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

บทความนี้ได้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องรถมือสองจาก CARRO เว็บไซต์ยอดนิยมที่ให้บริการฟรี! มาบอกถึงวิธีการใช้ไฟตัดหมอกอย่างถูกต้องครับ CARRO ให้บริการตั้งแต่เช็กราคาฟรีตลอดจนจบการขาย ส่วนผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดก็สะดวกสบายสุดๆ เพราะมีสาขาต่างจังหวัดไว้ให้บริการแล้ว อีกทั้งจบการขายได้ใน 24 ชั่วโมง ใครมีความสนใจอยากขายรถ ผมแนะนำเลยครับ ใช้เวลาลงข้อมูลเพียง 5 นาทีเท่านั้น! >> >> https://th.carro.co/sell-car/express

เอาล่ะครับ...เราไปดูวิธีการใช้ไฟตัดหมอกอย่างถูกต้องกันดีกว่าครับ

 

ไฟตัดหมอกคืออะไร?

สำหรับหลายๆ ท่านที่คิดว่า ไฟตัดหมอกก็เหมือนกับไฟหน้าปกตินั่นแหละ... อันนี้ เป็นความคิดที่ผิดนะครับ ไฟตัดหมอกนั้น จะเป็นหลอดไฟที่มีความเข้มของแสงเทียบเท่ากับหรือสูงกว่าไฟแบบปกติ ทำให้มีความสามารถในการส่องผ่านกลุ่มควันและหมอก เพื่อเพิ่มการมองเห็นระหว่างการขับขี่ ในบริเวณที่ทัศนวิสัยไม่เอื้ออำนวย

นอกจากนั้นแล้ว เลนส์ของไฟตัดหมอกจะไม่รวมแสงเหมือนกับไฟหน้าโดยทั่วไป หากแต่จะกระจายแสงในแนวกว้าง เพื่อช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ให้ได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นแล้ว การเปิดไฟตัดหมอกในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็น จะทำให้เกิดแสงสะท้อนกับถนน และรบกวนสายตาของผู้ร่วมทางคันอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรถคันนำ รถคันที่ตามหลังมา (หากเปิดไฟตัดหมอกหลัง) รวมไปถึงรถคันกำลังวิ่งในทิศทางตรงกันข้าม

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีข้อกฎหมายบัญญัติถึงการใช้ไฟตัดหมอกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีการระบุไว้อย่างชัดเจนในพระราชบัญญัติจราจรทางบก ซึ่งสามารถสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้

- ไฟตัดหมอกต้องมีกำลังไม่เกิน 55 วัตต์ ศูนย์รวมแสงต้องอยู่ต่ำกว่าแนวขนานกับพื้นทางราบไม่น้อยกว่า 2 องศา หรือ 0.20 เมตร ในระยะ 7.50 เมตรและไม่เฉไปทางขวา

- ไฟตัดหมอกหลังให้ใช้ไฟแสงแดงมีกำลังไฟเท่ากันไม่เกินดวงละ 10 วัตต์ และมีแสงสว่างสามารถมองเห็นได้จากระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร

- ในกรณีที่รถมีโคมไฟเพื่อใช้ตัดหมอก จะเปิดไฟหรือใช้แสงสว่างได้เฉพาะในทางที่จะขับรถผ่านมีหมอก ควัน หรือฝุ่นละอองจนเป็นอุปสรรคอันอาจเกิดอันตรายในขณะขับรถ และเมื่อไม่มีรถอยู่ด้านหน้าหรือสวนมาในระยะของแสงไฟ

จากข้อบัญญัติข้างต้น จะเห็นได้ว่าการเปิดไฟตัดหมอกนั้น หากทำการเปิดใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม ก็จะถือเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ แต่ถ้าหากเปิดใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ก็จะกลายเป็นการรบกวนผู้ใช้รถคันอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่มีเหตุอันควร

เพราะฉะนั้นแล้ว เราจึงควรเปิดไฟตัดหมอกในกรณีที่จำเป็นทำนั้น โดยกรณีดังกล่าว ประกอบไปด้วยการขับขี่ในสถานการณ์ต่อไปนี้

 

1. ขณะที่หมอกลงจัด

ไฟตัดหมอกนั้น สามารถเปิดใช้ได้เมื่อมีหมอกลงจัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดหมอกได้มากกว่าปกติ การกระจายแสงของไฟตัดหมอกจะสามารถทะลุผ่านหมอก ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยของการขับขี่ อีกทั้งยังเป็นการบ่งบอกตำแหน่งให้กับรถคันที่วิ่งตามหลังมา (เปิดไฟตัดหมอกหลัง) รวมไปถึงรถคันที่กำลังจะวิ่งมาในทิศทางตรงกันข้าม

 

2. ขณะที่ฝนตกหนัก

ไฟตัดหมอกสามารถช่วยเพิ่มทัศนวิสัยขณะขับขี่ตอนที่ฝนตกหนัก รวมไปถึงขณะที่ฝนหยุดแล้วแต่ถนนยังเปียกอยู่ ซึ่งละลองน้ำที่เกิดจากฝนจะยังคงทำให้เกิดกลุ่มหมอกจางๆ และจะทำให้เกิดการสะท้อนของไฟหน้าแบบปกติ จึงต้องอาศัยไฟตัดหมอกเพื่อช่วยเพิ่มทัศนวิสัยอีกแรงหนึ่ง

 

3. ขณะที่มีควันปกคลุมเส้นทาง

เราสามารถเปิดไฟตัดหมอกได้เมื่อถนนถูกปกคลุมด้วยหมอกควัน ไม่ว่าจะเป็นควันจากการเผาไหม้หรือควัน จากกรณีใดๆ ก็ตาม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ให้กับทั้งรถของเราเอง และรถคันอื่นๆ

ไฟตัดหมอกได้กลายมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรถยนต์ในปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่นั้นจะได้รับการติดตั้งมาจากโรงงานโดยตรง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันก็ได้การบริการไฟหมอกอย่างแพร่หลายในราคาที่ไม่สูงมาก ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นจากการติดตั้งภายไฟตัดหมอกที่ไม่ได้มาตรฐานนั้น ก็มีตั้งแต่...ลำแสงของไฟตัดหมอกมีองศาที่ไม่ถูกต้อง ทำให้แสงจากไฟตัดหมอกไปรบกวนผู้ใช้รถคนอื่นๆ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงเกี่ยวกับการกระแสไฟขัดข้องอันเนื่องมาจากการตัดต่อหรือเดินสายไฟอย่างไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น สำหรับผู้ที่จะติดตั้งไฟตัดหมอกจากร้านบริการภายนอก ก็ควรศึกษาและประเมินความน่าเชื่อถือให้ดีก่อน

ปัญหาเกี่ยวกับไฟตัดหมอกที่ไม่ได้มาตรฐานนัก มักจะเกิดกับรถยนต์มือสองซึ่งมีอายุการใช้งานมาสักพักแล้ว สำหรับคนที่ต้องการซื้อรถยนต์มือสองและไม่อยากจะพบเจอกับปัญหาดังกล่าว วิธีง่ายที่สุดก็คือการเลือกซื้อรถยนต์มือสองจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และหนึ่งในเว็ปไซต์สำหรับการซื้อ-ขายรถยนต์มือสองที่ผมจะมาแนะนำวันนี้ก็คือ CARRO เว็บไซต์ยอดนิยมที่ให้บริการฟรี! ที่รับซื้อรถยนต์ทั่วทั้งประเทศ อีกทั้งยังมีรถยนต์มือสองที่สามารถค้นหาและเลือกซื้อได้อย่างสะดวก  โดยรถยนต์ที่นำมาประกาศขายใน CARRO นั้น ถูกประเมินราคาจากผู้เชี่ยวชาญ ทำให้มีความน่าเชื่อถือ และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการซื้อ-ขายรถยนต์ สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจจะเลือกซื้อรถยนต์มือสอง สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ ตลาดรถ Carro ได้เลยครับผม

 

Powered by OrdaSoft!

Get Connected | ติดต่อกับพวกเราได้ที่...